หน้าเว็บ

วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569

การสังเกตพฤติกรรมอย่างเป็นระบบ*

 การสังเกตพฤติกรรมอย่างเป็นระบบ

 การสังเกตพฤติกรรมอย่างเป็นระบบ (Systematic Observation) ถือเป็นหัวใจของการประเมินเด็กเล็ก เนื่องจากพฤติกรรมคือภาษาที่เด็กสื่อสารออกมาได้เป็นธรรมชาติที่สุด ครูต้องวางแผนการสังเกตอย่างมีจุดมุ่งหมาย โดยต้องเตรียมเครื่องมือบันทึกให้พร้อม และใช้หลักการบันทึกเฉพาะสิ่งที่ "ตามองเห็น" (Facts) เท่านั้น ไม่ใส่ความรู้สึกหรือคำขยายความที่เป็นการตัดสินเด็ก (เช่น "เด็กเกเร" หรือ "เด็กน่ารัก") การสังเกตต้องทำต่อเนื่องสม่ำเสมอในหลายสถานการณ์ ทั้งขณะเล่นอิสระ การทำกิจกรรมกลุ่ม หรือการทำกิจวัตรประจำวัน เพื่อให้เห็นความคงเส้นคงวาของพฤติกรรม

หลักทั่วไปในการสังเกตพฤติกรรมเด็ก

  1. กำหนดจุดมุ่งหมายของการสังเกตให้ชัดเจน และวางแผนการสังเกตอย่างเป็นระบบ

  2. เตรียมความพร้อมของผู้สังเกต รวมทั้งจัดเตรียมเครื่องมือและแบบบันทึกการสังเกตให้เหมาะสม

  3. ควรสังเกตเด็กครั้งละ 1 คน โดยจัดช่วงเวลาการสังเกตและช่วงพักสลับกัน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและไม่รบกวนเด็กมากเกินไป

  4. บันทึกเฉพาะพฤติกรรมที่สามารถมองเห็นได้จริง หากมีการแปลความหรือการตีความพฤติกรรม ควรแยกบันทึกไว้ต่างหากอย่างชัดเจน

การตั้งจุดมุ่งหมายในการสังเกตพฤติกรรมเด็ก

  1. เพื่อประเมินความสามารถของเด็ก และค้นหาศักยภาพด้านต่าง ๆ เพื่อนำไปส่งเสริมพัฒนาการอย่างรอบด้าน

  2. เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนส่งเสริมพัฒนาการเด็กเป็นรายบุคคล

  3. เพื่อตรวจสอบและติดตามความก้าวหน้าของพัฒนาการเด็กอย่างต่อเนื่อง

  4. เพื่อศึกษาพัฒนาการของเด็กในด้านใดด้านหนึ่งอย่างละเอียด

  5. เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการแก้ไขปัญหาพฤติกรรมหรือพัฒนาการของเด็ก

  6. เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการรายงานแก่ผู้ปกครองหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง

  7. เพื่อรวบรวมข้อมูลจัดทำแฟ้มประวัติเด็ก สำหรับการแนะแนวหรือส่งต่อไปยังระดับชั้นที่สูงขึ้น

วิธีการสังเกตพฤติกรรมเด็ก

การสังเกตพฤติกรรมเด็กอย่างมีระบบ สามารถจำแนกได้ 2 ประเภท ตามเกณฑ์ ดังนี้

1. เกณฑ์ด้านระบบ ได้แก่

  • การสังเกตแบบธรรมชาติ
  • การสังเกตแบบมีโครงสร้าง

2. เกณฑ์ด้านบุคคล ได้แก่

  • การสังเกตโดยผู้สังเกตเข้าร่วมกิจกรรมกับเด็ก
  • การสังเกตโดยผู้สังเกตไม่เข้าร่วมอยู่ในกลุ่มเด็ก

    ข้อดีของการสังเกต

    1. เด็กไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะด้านการอ่านและการเขียน

    2. เด็กแสดงพฤติกรรมในสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ

    3. กิจกรรมประจำวันของเด็กสามารถดำเนินไปตามปกติ

    4. ครูได้รับข้อมูลโดยตรงจากการสังเกตจริง

    5. เป็นวิธีการที่เหมาะสมและได้รับการยอมรับในการประเมินเด็กปฐมวัย

    ข้อจำกัดของการสังเกต

    1. ไม่สามารถวัดความรู้สึกภายในของเด็กได้โดยตรง จำเป็นต้องสังเกตหลายครั้งจึงจะเข้าใจพฤติกรรมของเด็กได้ชัดเจน

    2. ผลการสังเกตอาจขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของผู้สังเกต การตั้งจุดมุ่งหมาย และการตีความพฤติกรรม

    3. ต้องใช้ระยะเวลาและจำนวนครั้งในการสังเกตค่อนข้างมาก

    4. อาจทำได้ยากในขณะที่ครูต้องมีปฏิสัมพันธ์หรือทำกิจกรรมร่วมกับเด็ก


                                         ตัวอย่าง แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรม


      สรุปสะท้อนคิด
                  การสังเกตพฤติกรรมเด็กเป็นกระบวนการสำคัญในการประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย เนื่องจากเป็นวิธีที่สอดคล้องกับธรรมชาติของเด็ก ช่วยให้ครูเข้าใจเด็กอย่างรอบด้าน ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา แม้การสังเกตจะมีข้อจำกัดบางประการ แต่หากดำเนินการอย่างเป็นระบบ มีหลักการ และใช้ข้อมูลอย่างรอบคอบ จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาเด็กให้เต็มตามศักยภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

      แหล่งที่มา : ทิพจุฑา สุภิมารส สิงคเสลิต. (2567). เทคนิควิธีการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย [เอกสารประกอบการบรรยาย]. คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์.

    ไม่มีความคิดเห็น:

    แสดงความคิดเห็น

    ปรับBlog

      ปรับBlog 1.เพิ่มเติมในส่วนสรุปการสะท้อนคิดของชิ้นงาน 2.เพิ่มเติมแหล่งที่มาเพราะส่วนใหญ่เป็นไฟล์รายงาน 3.เพิ่มเติมในการเป็นที่ปรึกษา Blog  ...