การสังเกตพฤติกรรมอย่างเป็นระบบ
การสังเกตพฤติกรรมอย่างเป็นระบบ (Systematic Observation) ถือเป็นหัวใจของการประเมินเด็กเล็ก เนื่องจากพฤติกรรมคือภาษาที่เด็กสื่อสารออกมาได้เป็นธรรมชาติที่สุด ครูต้องวางแผนการสังเกตอย่างมีจุดมุ่งหมาย โดยต้องเตรียมเครื่องมือบันทึกให้พร้อม และใช้หลักการบันทึกเฉพาะสิ่งที่ "ตามองเห็น" (Facts) เท่านั้น ไม่ใส่ความรู้สึกหรือคำขยายความที่เป็นการตัดสินเด็ก (เช่น "เด็กเกเร" หรือ "เด็กน่ารัก") การสังเกตต้องทำต่อเนื่องสม่ำเสมอในหลายสถานการณ์ ทั้งขณะเล่นอิสระ การทำกิจกรรมกลุ่ม หรือการทำกิจวัตรประจำวัน เพื่อให้เห็นความคงเส้นคงวาของพฤติกรรม
หลักทั่วไปในการสังเกตพฤติกรรมเด็ก
กำหนดจุดมุ่งหมายของการสังเกตให้ชัดเจน และวางแผนการสังเกตอย่างเป็นระบบ
เตรียมความพร้อมของผู้สังเกต รวมทั้งจัดเตรียมเครื่องมือและแบบบันทึกการสังเกตให้เหมาะสม
ควรสังเกตเด็กครั้งละ 1 คน โดยจัดช่วงเวลาการสังเกตและช่วงพักสลับกัน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและไม่รบกวนเด็กมากเกินไป
บันทึกเฉพาะพฤติกรรมที่สามารถมองเห็นได้จริง หากมีการแปลความหรือการตีความพฤติกรรม ควรแยกบันทึกไว้ต่างหากอย่างชัดเจน
การตั้งจุดมุ่งหมายในการสังเกตพฤติกรรมเด็ก
เพื่อประเมินความสามารถของเด็ก และค้นหาศักยภาพด้านต่าง ๆ เพื่อนำไปส่งเสริมพัฒนาการอย่างรอบด้าน
เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนส่งเสริมพัฒนาการเด็กเป็นรายบุคคล
เพื่อตรวจสอบและติดตามความก้าวหน้าของพัฒนาการเด็กอย่างต่อเนื่อง
เพื่อศึกษาพัฒนาการของเด็กในด้านใดด้านหนึ่งอย่างละเอียด
เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการแก้ไขปัญหาพฤติกรรมหรือพัฒนาการของเด็ก
เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการรายงานแก่ผู้ปกครองหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง
เพื่อรวบรวมข้อมูลจัดทำแฟ้มประวัติเด็ก สำหรับการแนะแนวหรือส่งต่อไปยังระดับชั้นที่สูงขึ้น
วิธีการสังเกตพฤติกรรมเด็ก
การสังเกตพฤติกรรมเด็กอย่างมีระบบ สามารถจำแนกได้ 2 ประเภท ตามเกณฑ์ ดังนี้
1. เกณฑ์ด้านระบบ ได้แก่
- การสังเกตแบบธรรมชาติ
- การสังเกตแบบมีโครงสร้าง
2. เกณฑ์ด้านบุคคล ได้แก่
- การสังเกตโดยผู้สังเกตเข้าร่วมกิจกรรมกับเด็ก
- การสังเกตโดยผู้สังเกตไม่เข้าร่วมอยู่ในกลุ่มเด็ก
ข้อดีของการสังเกต
เด็กไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะด้านการอ่านและการเขียน
เด็กแสดงพฤติกรรมในสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ
กิจกรรมประจำวันของเด็กสามารถดำเนินไปตามปกติ
ครูได้รับข้อมูลโดยตรงจากการสังเกตจริง
เป็นวิธีการที่เหมาะสมและได้รับการยอมรับในการประเมินเด็กปฐมวัย
ข้อจำกัดของการสังเกต
ไม่สามารถวัดความรู้สึกภายในของเด็กได้โดยตรง จำเป็นต้องสังเกตหลายครั้งจึงจะเข้าใจพฤติกรรมของเด็กได้ชัดเจน
ผลการสังเกตอาจขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของผู้สังเกต การตั้งจุดมุ่งหมาย และการตีความพฤติกรรม
ต้องใช้ระยะเวลาและจำนวนครั้งในการสังเกตค่อนข้างมาก
อาจทำได้ยากในขณะที่ครูต้องมีปฏิสัมพันธ์หรือทำกิจกรรมร่วมกับเด็ก
ตัวอย่าง แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรม
สรุปสะท้อนคิดการสังเกตพฤติกรรมเด็กเป็นกระบวนการสำคัญในการประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย เนื่องจากเป็นวิธีที่สอดคล้องกับธรรมชาติของเด็ก ช่วยให้ครูเข้าใจเด็กอย่างรอบด้าน ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา แม้การสังเกตจะมีข้อจำกัดบางประการ แต่หากดำเนินการอย่างเป็นระบบ มีหลักการ และใช้ข้อมูลอย่างรอบคอบ จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาเด็กให้เต็มตามศักยภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพแหล่งที่มา : ทิพจุฑา สุภิมารส สิงคเสลิต. (2567). เทคนิควิธีการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย [เอกสารประกอบการบรรยาย]. คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์.

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น